วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2554

เกาะพีพี

เกาะพีพี

       เกาะพีพี :
คือ ส่วนหนึ่งในตำบลอ่าวนาง จ.กระบี่ บนฝั่งทะเลอันดามัน เกาะพีพีรับอิทธิพลลมมรสุมตะวันตก ในเดือน พ.ค. ถึง พ.ย. ทุกปี ช่วงเวลาดังกล่าวจึงไม่สะดวกนักหากเราจะเดินทางไปท่องเที่ยวเกาะพีพี แต่หากวันใดไม่มีคลื่นลมแรง เราก็สามารถเดินทางไปเกาะพีพีได้ตลอด เรือโดยสารส่วนใหญ่เป็นเรือขนาดความจุ 200 ที่นั่งขึ้นไปค่อนข้างปลอดภัยในการเดินทางไปเกาะพีพี
        นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางจากภูเก็ต หรือกระบี่ ไปเกาะพีพีก็ได้ ระยะทางและเวลาที่ใช้ในการเดินทางไปเกาะพีพีพอๆ กัน เกาะพีพี อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ หาดนพรัตน์ธาราหมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ รวมเอา เกาะพีพีดอน พีพีเล เกาะยูง เกาะไผ่ เกาะเล็กเกาะน้อย และหาดนพรัตน์ธาราเอง เกาะพีพีมีการทำการท่องเที่ยวโดยภาคเอกชนจำนวนมากมานับเป็นเวลาหลายสิบปี เอกชนหลายรายดำเนินการมาก่อนการประกาศเขตพื้นที่ของอุทยานฯ ทางราชการจึงมีการจัดพื้นที่แบบพิเศษ คือให้เกาะพีพีดอนจัดเป็นพื้นที่ทำการท่องเที่ยวเชิงธุรกิจอย่างเข็มข้น ยอมให้มีที่พักของเอกชน และร้านค้าต่างๆ ได้เป็นจำนวนมาก และเกาะพีพีเล ก็ให้ทำการท่องเที่ยวได้อย่างกว้างขวางยกเว้นไม่ให้มีการจัดการจัดสร้างที่พักร้านอาหาร ส่วนเกาะยุง และเกาะไม้ไผ่มีการทำการท่องเที่ยวในรูปแบบอนุรักษ์ดำเนินการโดยอุทยานฯ และเกาะคู่หรือเกาะบิตะ เป็นแหล่งดำน้ำลึกแบบ SCUBA
และนอกจากเกาะพีพีจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันสวยงามแล้ว เกาะพีพี ยังมีบริการท่องเที่ยวแปลกๆ อื้นๆ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในเชิงกีฬาทางน้ำที่สามารถหาซื้อเป็นรายการท่องเที่ยวแบบ Optional ได้อีก เช่น การท่องเที่ยวตกปลาทะเล การท่องเที่ยวปีนหน้าผา การดำน้ำลึกแบบ SCUBA ตลอดจนการท่องเที่ยวแนวใหม่ ที่พึ่งจะมีผู้ริเริ่มดำเนินการคือ การท่องเที่ยวโดดหน้าผา ซึ่งนับเป็นสิ่งแปลกใหม่ที่สุดชนิดหนึ่งบนเกาะพีพี


ทุกวันนี้ มีบริการสาธารณะเป็นเรือลำใหญ่บรรทุกนักท่องเที่ยวได้ลำละหลายร้อยคน แล่นจาก
1) ท่าเรือเจ้าฟ้า อ.เมือง จ.กระบี่
2) ท่าเรือรัษฏา จ.ภูเก็ต
3) ท่าเรืออ่าวนาง อ.อ่าวนาง จ.กระบี่ และ
4) ท่าเรือเกาะลันตา
มายังเกาะพีพี นอกจากนั้นยังสามารถซื้อบริการท่องเที่ยวเกาะพีพีได้จากเคาน์เตอร์ท่องเที่ยว บริษัทท่องเที่ยวอีกมากมายทั้งในจังหวัดภูเก็ต กระบี่ และพังงา การมีเรือจากท่าต่างๆ เดินทางมาจำนวนมากนี้ ทำให้การท่องเที่ยวในย่านอันดามันสามารถเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด โดยมีเกาะพีพีแห่งนี้เป็นศูนย์กลาง

สอบถามจองที่พัก เกาะพีพี โทร. 02-1641001-6 สนง ไทยทัวร์ (กทม)
สำหรับรายละเอียดการท่องเที่ยวบนเกาะพีพีเพิ่มเติม สอบถามได้จากสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
จังหวัดภูเก็ต โทรศัพท์ 07621-2213, 07621-1036 จังหวัดกระบี่ โทรศัพท์ 07562-2163-4

วันอังคารที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2554

น้ำองุ่น

การทำน้ำองุ่น
  

                                  
ส่วนผสม                        
 1. องุ่นสด 2 กิโลกรัม
 2. น้ำตาลทราย 600 กรัม
 3. น้ำสะอาด 200 กรัม
 4. เกลือป่น 2 ช้อนชา

วิธีทำ1. นำน้ำตาลทรายน้ำเปล่า เกลือตั้งไฟคนจนละลายยกทิ้งไว้จนเย็น2. ล้างองุ่นไว้ให้สะเด็ดน้ำ และนำองุ่นมาปอกเปลือกเอาเมล็ดออกเอาแต่เนื้อองุ่น
3. นำเนื้อองุ่นมาปั่นให้สะอาดแล้วจึงนำมากรองเอาแต่น้ำองุ่น
4. นำน้ำเชื่อมกับน้ำองุ่นมาผสมกันคนให้เข้ากันเสร็จ
5. แล้วนำไปต้มจนกระทั่งเป็นน้ำระเหยออกไป 50% จนได้น้ำองุ่นเข้มข้น

ประโยชน์จากน้ำองุ่น
       คงรู้กันมาก่อนว่าน้ำองุ่นสีม่วงช่วยป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดและลดระดับของคอเลสเตอรอลร้าย ( LDL ) ในเลือด เพราะมีสารแอนติออกซิแดนท์ที่มีประโยชน์ตัวเดียวกันกับที่มีอยู่ในไวน์แดง
การวิจัยล่าสุด ( ใน the American Heart Association Journal Circulation เดือนมิถุนา 2001 ) ชี้ว่า น้ำองุ่นสีม่วงยังช่วยต้านมะเร็งได้โดยไปเพิ่มสารแอนติออกซิแดนท์ในร่างกายขณะเดียวกันก็ลดการสร้างฟรีราดิคัล การวิจัยได้ให้ชายหญิง 20 คน ดื่มน้ำองุ่นวันละ 2 แก้ว หลังจากดื่มไปได้ 2สัปดาห์ วิตามินอีซึ่งเป็นแอนติออกซิแดนท์เพิ่มขึ้นในกระแสโลหิต 13 เปอร์เซ็นต์ การผลิตฟรีราดิคัลลดลง 1 ใน 3 นักวิจัยเชื่อว่าเป็นผลมาจากสาร ฟลาโวนอยด์ในองุ่น

ขนมฝอยทอง

การทำขนมฝอยทอง
 ขนมหวานไทย : ขนมฝอยทอง



       การนำขนมมาใช้ในงานมงคล มักนิยมเลือกในความหมายที่ดี อาทิ ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เพราะเชื่อว่าทองเป็นสิ่งที่ดี นำมาซึ่งความร่ำรวย ความเจริญ เมื่อนำขนมที่มีคำว่าทองอยู่ด้วยไปมอบให้กับผู้ใดก็เท่ากับว่าได้มอบความร่ำรวยมั่งคั่งให้แก่ผู้นั้น ก่อให้เกิดสิ่งที่มีค่าประดุจเดียวกับทองคำ ในที่นี้จึงได้นำการทำขนมมงคลและมีชื่อเป็นทอง ได้แก่ ฝอยทอง มานำเสนอดังขั้นตอนต่อไปนี้
ส่วนผสม                               1. ไข่เป็ด 9 ฟอง           
2. น้ำตาลทราย 5 ถ้วย
3. น้ำลอยดอกมะลิ 3 ถ้วย
4. น้ำค้างไข่ 3 ช้อนโต๊ะ 
วิธีทำ1. ต่อยไข่ใส่ชาม แยกไข่ขาวออกจากไข่แดง รีดเอาเยื่อออกให้หมด ผสมน้ำค้างไข่ตามอัตราส่วนไข่ 9 ฟองต่อน้ำค้างไข่ 3 ช้อนโต๊ะ
2. ใส่น้ำตาลและน้ำลอยดอกมะลิลงในกระทะตั้งไฟ คนให้น้ำตาลละลาย พอเดือดปรับไฟให้แรงเฉพาะตรงกลางกระทะ แล้วเริ่มโรยฝอยทองได้
3. ใส่ไข่แดงที่ผสมน้ำค้างไข่และคนเข้ากันดีแล้วลงในกรวยสำหรับโรยไข่ โรยลงในน้ำเชื่อมแบบวนรอบกระทะประมาณ 20 หรือ 30 รอบ แล้วแต่ว่าต้องการขนมแพเล็กหรือแพใหญ่ รอให้เดือด
4. ใช้ส้อมตักขนมขึ้นด้วยการตักจากริมกระทะด้านหนึ่งไปฝั่งตรงข้ามแล้วจึงยกขึ้น
5. ส่ายขนมในน้ำเชื่อมเพื่อให้เส้นฝอยทองเรียบแล้วพับทบให้สวยงามเรียงใส่จาน


 แหล่งที่มา:http://www.blogger.com/goog_1472858109

วันอังคารที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2554

อยากบอกแม่ว่า..........

อยากบอกแม่ว่า.......
หนูขอโทษ......กับสิ่งที่หนูทำให้แม่ต้องเสียใจ  ต้องผิดหวัง  ต้องร้องไห้กับลูกคนนี้ และต่อไปนี้หนูจะไม่ทำให้แม่เสียใจอีก หนูจะตั้งใจเรียน ไม่ทำตัวเกเร
                                                      และอยากบอกว่า..หนูรักแม่ค่ะ..
  หนูร้ากกก...แม่ค่ะ

วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ส่วนประกอบของโลก

โครงสร้างภายในของโลก

จากการศึกษาคลื่นแผ่นดินไหว ทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถแบ่งโลกออกเป็นชั้นต่าง ๆ จากผิวโลกถึงชั้นในสุดได้ 3 ชั้นใหญ่ ๆดังนี้ 1. เปลือกโลก (Crust) เป็นชั้นนอกสุดมีความหนาระหว่าง 6-35 กิโลเมตร แบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยส่วนหนาที่สุดของเปลือกโลก เรียก เปลือกโลกส่วนบน (Upper crust) มีความหนาแน่นต่ำ ประกอบด้วยโปแตสเซียม อะลูมิเนียม และซิลิเกตเป็นส่วนใหญ่ ทำให้มีชื่อเรียกว่า ชั้นไซอัล (sial) ส่วนบางที่สุดเรียกเปลือกโลก ส่วนล่าง (Lower crust) มีความหนาแน่นมากกว่าส่วนบน ประกอบด้วยแมกนีเซียม เหล็ก แคลเซียม และซิลิเกตเป็นส่วนใหญ่ เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ชั้นไซมา (Sima) ส่วนของเปลือกโลกภาคพื้นทวีปประกอบด้วยชั้นไซอัลและไซมา ทำให้มีความหนามากกว่าส่วนที่อยู่ใต้มหาสมุทร ซึ่งระกอบด้วยชั้นไซมาเท่านั้น
2. แมนเทิล (Mantle) เป็นชั้นที่อยู่ระหว่างเปลือกโลกกับแก่นโลก มีความหนาประมาณ 2,885 กิโลเมตร มีส่วนประกอบของแมกนีเซียมและเหล็กเป็นส่วนใหญ่ แมนเทิลเกือบทั้งหมดเป็นของแข็ง ยกเว้นที่ความลึกประมาณ 70-260 กิโลเมตรหรือที่เรียกว่า ชั้นแอสทีโนสเฟียร์ (Asthenosphere) ในชั้นนี้มีการหลอมละลายของหินเป็นบางส่วน
3. แก่นโลก (Core) เป็นส่วนชั้นในสุดของโลกที่มีความหนาแน่นมาก มีรัศมียาวประมาณ 3,486 กิโลเมตร ประกอบด้วยโลหะผสมระหว่างเหล็กและนิกเกิล และแบ่งออกเป็น 2 ชั้น คือ แก่นโลกชั้นนอก (outer core) ซึ่งมีความหนาแน่นมากกว่าหินทั่วไปถึง 5 เท่า (ความถ่วงจำเพาะมากกว่า 17) และมีความร้อนสูงถึง 4,000 องศาเซลเซียส
แหล่งที่มา : http://www.dmr.go.th/ewtadmin/ewt/dmr_web/main.php?filename=geo3